วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

อุทยานวังตะไคร้

 อุทยานวังตะไคร้


อุทยานวังตะไคร้ เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้
ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่มีถนนให้รถยนต์วิ่งเข้าชมใน
บริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภท
เช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม

ค่าผ่านประตู
(ตั้งแต่ 1 ก.ย.46)
- นักท่องเที่ยวเดินเท้าคนละ 10 บาท
- รถทุกประเภท คันละ 150 บาท (ผู้โดยสารเกิน 8 คน คิดเพิ่มคนละ 10 บาท)

- สำหรับรถมอเตอร์ไซด์ ต้องจอดไว้บริเวณด้านหน้าทางเข้า ชำระค่าจอดรถ 10 บาท และค่าผ่านประตูเข้าวังตะไคร้ คนละ 10 บาท


วังตะไคร้หรือจุมภฏ – พันธุ์ทิพย์อุทยาน

เป็นแหล่งที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ 120 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัดนครนายก
ประมาณ 16 กิโลเมตร มวลพฤกษชาติ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ
ภายในอุทยานแห่งนี้จะออกดอกสะพรั่งตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงิน
ทำให้เกิดทัศนียภาพงดงามทุกฤดูกาลโดยเฉพาะในฤดูฝน นอกจากนั้น ยังมีพันธุ์ไม้ นานาชนิด อุทยานวังตะไคร้
จึงเป็นดินแดนที่มีเสน่ห์แห่งความงามตามธรรมชาติ

พื้นดินเป็นที่ลาดเนิน สูง ต่ำ ตามธรรมชาติตัดกับท้องฟ้าสวยงามมาก

             

นับจากปี พ.ศ. 2495 ที่พลตรีพระจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์
ศักดิพินิต และหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ทั้งสองท่านสนใจในธรรมชาติได้เสด็จมาท่องเที่ยว
ได้ซื้อที่ดินและได้ปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ ไว้หลังหนึ่งใกล้ ๆ น้ำตกสาริกา ปัจจุบันได้ยกให้เป็นสมบัติของ
สถานีอนามัยต่อมาได้พยายามแสวงหาสถานที่เพื่อสร้างตำหนักและอุทยานในชนบทสำหรับพักผ่อน
พระอิริยาบถ ในที่สุดได้พบสถานที่ถูกใจ จึงได้ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินจากชาวบ้าน ที่ครอบครอง
อยู่บริเวณที่เรียกกันว่า วังตะไคร้ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมที่ชาวบ้านเรียกกัน มานาน แล้วเนื่องจากลักษณะ
ภูมิประเทศตอนหนึ่งมีลำธารน้ำไหลมาสงบนิ่งอยู่เป็น วังน้ำกว้าง
บริเวณนี้มีความงดงามตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของลำธาร 2 ลำธารลำธารหนึ่งชื่อคลอง
มะเดื่อจากน้ำตกเหวกระถินกับอีกลำธารหนึ่งชื่อคลองตะเคียน จากน้ำตกแม่ปล้อง ลำธารทั้ง 2 นี้
ไหลมาบรรจบกันเป็นธารเดียว มีแอ่งน้ำขัง เป็นวังน้ำอยู่เป็นตอน ๆ ไหลลงสู่แม่น้ำนครนายกและมีต้นตะไคร้
น้ำตะไคร้หางนาค นับเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ชอบขึ้นอยู่ตามห้วยลำธารทั่วไป เป็นต้นไม้ที่เหนียวมากมีก้านสีดำ
และมีดอกสีชมพูน่ารักมาก บริเวณวังตะไคร้นี้เดิมมีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ต่อมาได้ซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดิน
จากผู้อื่นขยายตัวเป็นสวนพฤกษชาติ มีเนื้อที่ประมาณ1,000 ไร่เนื่องจากวังตะไคร้นี้เป็นด้านที่รับลมมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม จึงทำให้มีฝนตกชุกหุบเขาบริเวณนี้จึงมีพรรณไม้
ใหญ่น้อยมากมาย ลำธารน้ำจะมีน้ำเต็มฝั่งไหลเชี่ยวจัด จึงเป็นที่เล่นกีฬาล่องแก่งด้วยแพยาง หรือชูชีพกัน

ไร่องุ่นปภัสรา

ไร่องุ่นปภัสรา
 
 
 
ไร่องุ่นปภัสรา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในสระบุรี เป็นไร่ของดาราสาวชื่อดัง นั่นก็คือ คุณกบ ปภัสรา ไร่มีขนาด กว้างขวางมาก มีเนื้อที่มากกว่าพันไร่ มีอาณาบริเวณเป็นเนินเขา 2 ลูกด้วยกัน มีองุ่นที่ปลูกไว้บนเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์แบล็คไนซ์ เป็นองุ่นพันธุ์สีดำไร้เมล็ด สามารถรับประทานสด คั้นแต่น้ำ หรือนำไปทำเป็นไส้พายองุ่นและ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกหลายชนิด พันธุ์ลูพเพลเล็ต องุ่นพันธุ์นี้มีสีเขียว ไร้เมล็ด มีรสหวานจัดเป็นที่นิยมมากมักนำมารับประทานสด พันธุ์ไข่ปลาคาเวียร์ องุ่นพันธุ์นี้เป็นที่นิยมมากและมีราคาแพงมีสีดำ เม็ดเล็กเป็นพวงเกาะกันเหมือนเมล็ดพริกไทย มีรสชาติหอม หวานเป็นพิเศษและมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างจากพันธุ์อื่นๆ ที่ต้องทานทั้งพวง มีฟาร์มนกกระจอกเทศ, ฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าที่ ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, มีทุ่งทานตะวัน และมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ วอล์คแรลลี่, ขี่จักรยานตามไหล่เขา, ขี่ม้าชมฟาร์ม ให้คุณ ได้เลือกทำอย่างเพลิดเพลิน บริเวณด้านหน้าของไร่องุ่นปภัสรา เป็นที่จอดรถ และมีร้านขายขนมกับของฝากจากไร่ ของดังขึ้นชื่อ ที่มาแล้วต้องชิมให้ได้ คือ พายองุ่น ,น้ำองุ่นสด,ไอศครีมองุ่น นอกจากนี้ภายในไร่ยังมีร้านอาหารรสเลิศที่คอยให้บริการคุณอยู่

ฟร์ามจระเข้

สถานที่ท่องเที่ยว: ฟาร์มจระเข้

ฟาร์มจระเข้ Click for Thai language Click for English language

สถานที่: Crocodile Farm and Zoo
ที่ตั้ง: 555 หมู่ 7, ถนน ท้ายบ้าน
โทรศัพท์: 02 703 4891-5, 02 703 5144-8.
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกา - 18 นาฬิกา
ค่าบัตรเข้าชม: 80 บาท สำหรับคนไทย 300 บาท สำหรับชาวต่างชาติ ถ้าชาวต่างชาติที่สามารถพูดไทยได้โดยปกติจะได้ราคาคนไทย

เลื่อนลงเพื่อดูอัลบั้มภาพและแผนที่ทางอากาศ
ตั้งอยู่ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร หรือสามารถเข้าทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) เทศบาลบางปูซอย 46 ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่าง ๆ กว่า 60,000 ตัว มีการแสดงโชว์จระเข้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ทุก ๆ 1 ชั่วโมง (พักเที่ยง) วันหยุดเพิ่มรอบ 12.00 น.และ 17.00 น.  นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 -16.30 น. ทุกวัน นอกจากการเลี้ยงจระเข้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีสัตว์อื่น ๆ อีก เช่น เสือ ลิงชิมแปนซี  ชะนี เต่า งู  นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส กวาง และปลาจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชม พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ได้จัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลองไดโนเสาร์ พร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการแห่งนี้เปิดให้เข้าชม  ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่คนละ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท   เด็ก 200 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ เลขที่ 555 ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280 หรือ โทร. 0 2703 4891 begin_of_the_skype_highlighting FREE 0 2703 4891 end_of_the_skype_highlighting, 0 2703 5144-8
การเดินทาง
นอกจากรถส่วนตัวแล้ว สามารถใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศ ขสมก. สาย 536 ฟาร์มจระเข้-อนุสาวรีย์ชัย หรือสาย 507, 508 และ 511 หรือรถเมล์ธรรมดาสาย 25 และ 102 ไปยังจังหวัดสมุทรปราการ  แล้วต่อรถสองแถวปากน้ำ – ฟาร์มจระเข้ ที่ป้ายหลักเมือง หรือจะขึ้นรถตุ๊ก ๆ ในราคา 40 บาท

ตั้งอยู่ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร หรือสามารถเข้าทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) เทศบาลบางปูซอย 46 ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่าง ๆ กว่า 60,000 ตัว มีการแสดงโชว์จระเข้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ทุก ๆ 1 ชั่วโมง (พักเที่ยง) วันหยุดเพิ่มรอบ 12.00 น.และ 17.00 น.  นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 -16.30 น. ทุกวัน นอกจากการเลี้ยงจระเข้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีสัตว์อื่น ๆ อีก เช่น เสือ ลิงชิมแปนซี  ชะนี เต่า งู  นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส กวาง และปลาจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชม พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ได้จัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลองไดโนเสาร์ พร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย
ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการแห่งนี้เปิดให้เข้าชม  ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่คนละ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท   เด็ก 200 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ เลขที่ 555 ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
การเดินทาง
นอกจากรถส่วนตัวแล้ว สามารถใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศ ขสมก. สาย 536 ฟาร์มจระเข้-อนุสาวรีย์ชัย หรือสาย 507, 508 และ 511 หรือรถเมล์ธรรมดาสาย 25 และ 102 ไปยังจังหวัดสมุทรปราการ  แล้วต่อรถสองแถวปากน้ำ – ฟาร์มจระเข้ ที่ป้ายหลักเมือง หรือจะขึ้นรถตุ๊ก ๆ ในราคา 40 บาท

ต่างอากาศบางปู

mypaknam.comเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นปากน้ำ
เจ้าพระยาเมืองสมุทรปราการที่ต้องการสืบค้นหาที่มาของท้องถิ่นตัวเองให้
ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อขยายความส่งต่อให้เยาวชนรุ่นหลังและผู้สน
ใจทั่วไปได้รับรู้ทั้งประวัติความเป็นมา สภาวะแวดล้อมใกล้ตัวตลอดจนความ
สำคัญของชุมชนในอดีต
     โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกคนได้ค่อยๆซึมซับในความงดงาม และ ความยิ่งใหญ่ของชุมชนเมืองสมุทรปราการ ทั้งในด้านที่เคยปรากฏ จนหายสาบสูญไปแล้ว และเรื่องราวบางส่วนที่กำลังจะถูกลืม
      ท่านสามารถติดต่อสอบถามแสดงความคิดเห็นและแจ้งความอนุเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยขอรับ
รองว่าการจัดทำแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะถือเป็นวิทยาทานที่ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง และไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
mypaknam.comเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นปากน้ำ
เจ้าพระยาเมืองสมุทรปราการที่ต้องการสืบค้นหาที่มาของท้องถิ่นตัวเองให้
ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อขยายความส่งต่อให้เยาวชนรุ่นหลังและผู้สน
ใจทั่วไปได้รับรู้ทั้งประวัติความเป็นมา สภาวะแวดล้อมใกล้ตัวตลอดจนความ
สำคัญของชุมชนในอดีต
     โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกคนได้ค่อยๆซึมซับในความงดงาม และ ความยิ่งใหญ่ของชุมชนเมืองสมุทรปราการ ทั้งในด้านที่เคยปรากฏ จนหายสาบสูญไปแล้ว และเรื่องราวบางส่วนที่กำลังจะถูกลืม
      ท่านสามารถติดต่อสอบถามแสดงความคิดเห็นและแจ้งความอนุเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยขอรับ
รองว่าการจัดทำแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะถือเป็นวิทยาทานที่ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง และไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม

รูป. สถานตากอากาศบางปู
สมุทรปราการ หรือ เมืองปากน้ำ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมืองพระประแดง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 29 กิโลเมตร สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านเหนือของอ่าวไทย มีพื้นที่ประมาณ 1,004  ตารางกิโลเมตร
จังหวัดสมุทรปราการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอบางเสาธง
การเดินทาง
รถยนต์ สามารถใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) และทางหลวงหมายเลข 303 (ถนนสุขสวัสดิ์) ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร เข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดสมุทรปราการ

เมืองโบราณ

พระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี
เมืองโบราณสร้างขึ้นโดยคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๖
!!!เมืองโบราณ เปิดให้บริการเที่ยวชมตามปกติ ไม่มีวันหยุด!!!

ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์(เมืองโบราณ,ค่ายริมขอบฟ้า,พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ)

“เสริมศรัทธา ปัญญา สมาธิ”    (ค่ายธรรมะ )
             เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ    ได้จัดโครงการ    “เสริมศรัทธา ปัญญา สมาธิ”    (ค่ายธรรมะ )   ณ ค่ายริมขอบฟ้า เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ    เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว     เนื่องในวโรกาสเฉลิมพรชนมพรรษา 85 พรรษา
            โครงการนี้ขึ้นจัดเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีโอกาสฝึกอบรมและทำความในเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา      ตลอดจนจะได้เรียนรู้พัฒนาด้านจิตใจ ให้มีความสุขสงบ รู้หลักการดำรงชีวิตทั้งในระดับครอบครัวและสังคม จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของเขาเหล่านั้นและสังคมโลกให้เกิดความสุขสงบสันติอันยั่งยืนต่อไป
            โดยโครงการนี้จะมีการอบรมธรรมะปฏิบัติตามแบบวิถีพุทธ ฝึกเจริญจิตภาวนา กิจกรรมธรรมนันทนาการและรับประทานอาหารมังสวิรัติ

วงเวียนใหญ่

วงเวียนใหญ่
Wongwian Yai.jpg





วงเวียนใหญ่ เป็นวงเวียน ถนนประชาธิปกตัดกับถนนลาดหญ้าอดีตอยู่ที่จังหวัดธนบุรีแต่จอมพล ป.พิบูลสงครามได้ผนวกจังหวัดธนบุรีเข้ากับจังหวัดกรุงเทพมหานครแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงเทพมหานคร เป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของทางรถไฟสายแม่กลอง (วงเวียนใหญ่-มหาชัย)

 ประวัติ

พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2496 ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ออกแบบและควบคุมการหล่อโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศิลปินผู้ปั้นคือนายแสวง สงฆ์มั่งมี เป็นพระบรมรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ประทับบนหลังม้า ทรงพระมาลา เบี่ยงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่จันทรบุรี พระหัตถ์ขวา ทรง พระแสงดาบชูออกไปเหนือพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายทรงบังเหียน ท่านำพลรุกไล่ข้าศึก
โดยที่พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ ทางรัฐบาลได้ให้ประชาชนออกเงินบริจาคสร้าง และเปิดโอกาสให้ได้ออกเสียงเลือกแบบด้วย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เลือกแบบในปัจจุบันนี้
ทางราชการได้ประกอบพระราชพิธีเปิด และถวายบังคมพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2497 และในวันที่ 28 ธันวาคม 2497 จึงมีรัฐพิธีเปิด เป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ
วันที่ 28 ธันวาคม 2310 เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี กอบกู้เอกราชชาติไทยกลับคืนหลังจากการเสียกรุงครั้งที่สอง ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันถวายบังคมพระบรมราชาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จะมีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของพระองค์ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ วงเวียนใหญ่
ในเดือนพฤศจิกายน 2548 กรุงเทพมหานครได้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์วงเวียนใหญ่ให้แลดูสวยงามขึ้น มีการติดตั้งไฟส่องพระบรมราชานุสาวรีย์ในเวลากลางคืน แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2551

ตลาดกลางคืน



เที่ยวกรุงเทพ


กรุงเทพมหานคร...ที่ไม่เคยหลับไหล ร้านค้าต่าง ๆ นอกจากจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชอปปิ้งในเวลากลางวันแล้ว ในช่วงเวลากลางคืน ยังมีตลาดหลายแห่งเปิดให้สามารถเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจ ด้วยบรรยากาศที่แตกต่าง สินค้าหลากหลาย ทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของแต่งบ้าน สินค้ามือสอง อุปกรณ์แต่งรถ รวมไปถึงต้นไม้และดอกไม้หายากอีกด้วย

          เอ้า! ถ้าอย่างงั้นก็ไปเดินชิล ๆ เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในตลาดกลางคืน 12 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร อีกทางเลือกของการจับจ่ายสินค้า โดยเริ่มกันที่