วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วันวิสาขบูชา


วันวิสาขบูชา (บาลีวิสาขปูชาอังกฤษVesak) เป็น "วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล" ของชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก, วันหยุดราชการ ในหลายประเทศ และ วันสำคัญของโลก ตามมติเอกฉันท์ของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ[1] เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ, ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้งสามเหตุการณ์นั้นได้เกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขมาส (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกการบูชาในวันนี้ว่า "วิสาขบูชา" ย่อมาจาก"วิสาขปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" อันเป็นเดือนที่สองตามปฏิทินของอินเดีย ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน โดยในประเทศไทย ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7 หลัง ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทอื่นที่ไม่ได้ถือคติตามปฏิทินจันทรคติของไทย จะจัดพิธีวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 แม้ในปีนั้นจะมีเดือน 8 สองหนตามปฏิทินจันทรคติไทยก็ตาม[2] และในกลุ่มชาวพุทธมหายานบางนิกาย ที่นับถือว่าเหตุการณ์ทั้ง 3 นั้น เกิดในวันต่างกันไป จะมีการจัดพิธีวิสาขบูชาต่างวันกันตามความเชื่อในนิกายของตน ๆ ซึ่งจะไม่ตรงกับวันวิสาขบูชาตามปฏิทินของชาวพุทธเถรวาท [3]
วันวิสาขบูชานั้น ได้รับการยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั่วโลกให้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เนื่องจากเป็นวันที่บังเกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าและจุดเริ่มต้นของศาสนาพุทธ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน ณ ดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีปในสมัยพุทธกาล โดยเหตุการณ์แรก เมื่อ 80 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในพระราชอุทยานลุมพินีวัน (อยู่ในเขตประเทศเนปาลในปัจจุบัน) และเหตุการณ์ต่อมา เมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มโพธิ์พฤกษ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) และเหตุการณ์สุดท้าย เมื่อ 1 ปี ก่อนพุทธศักราช เป็น "วันเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ณ ใต้ร่มสาละพฤกษ์ ในสาลวโนทยาน พระราชอุทยานของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา(อยู่ในเขตประเทศอินเดียในปัจจุบัน) โดยเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนเกิดตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 หรือเดือนวิสาขะนี้ทั้งสิ้น ชาวพุทธจึงนับถือว่าวันเพ็ญเดือน 6 นี้ เป็นวันที่รวมวันคล้ายวันเกิดเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของพระพุทธเจ้าไว้มากที่สุด และได้นิยมประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลและประกอบพิธีพุทธบูชาต่าง ๆ เพื่อเป็นการถวายสักการะรำลึกถึงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบมาจนปัจจุบัน
วิสาขบูชา มีการนับถือปฏิบัติกันในหลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาททุกนิกายมาช้านานแล้ว ในบางประเทศเรียกพิธีนี้ว่า "พุทธชยันตี" (Buddha Jayanti) เช่นใน อินเดีย และศรีลังกา ในปัจจุบันมีหลายประเทศที่ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ เช่น ประเทศอินเดียประเทศไทยประเทศพม่าประเทศศรีลังกาสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นต้น (ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรที่นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมากที่สุด) ในฝ่ายของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ได้รับคติการปฏิบัติบูชาในวันวิสาขบูชามาจากลังกา (ประเทศศรีลังกา) ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานว่ามีการจัดพิธีวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
วันวิสาขบูชา ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก[4] (ซึ่งไม่เหมือนวันมาฆบูชาและวันอาสาฬหบูชา ที่เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่นิยมนับถือกันเฉพาะในประเทศไทย, ลาว, และกัมพูชา) และด้วยเหตุนี้ ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day)" หรือ "วันสำคัญของโลก" ตามคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 54 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตรการฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ "ประสูติ" ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ "ตรัสรู้" เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย "พระบริสุทธิคุณ", "พระปัญญาคุณ" ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือความจริงของโลกแก่พหูชนทั้งปวงโดย "พระมหากรุณาธิคุณ" จวบจนทรง "เสด็จดับขันธปรินิพพาน" ในวาระสุดท้าย ซึ่งทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 ทั้งสิ้นนี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วันพืชมงคล

วันพืชมงคล (อังกฤษ: Royal Ploughing Ceremony) เป็นวันสำคัญที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย มีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีโบราณ สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีนี้กระทำที่ท้องสนามหลวง
ทางราชการกำหนดให้วันพืชมงคลเป็นวันเกษตรกร และกำหนดให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ยกเว้นธนาคารและบริษัทเอกชนบางแห่งไม่หยุดทำการ วันพืชมงคลจะไม่ตรงกับวันเดิมตามสุริยคติหรือจันทรคติของทุกปี แต่สำนักพระราชวังจะเป็นผู้ประกาศวันพืชมงคล ให้เป็นวันใดวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม แล้วแต่ในแต่ละปี

พระราชพิธีพืชมงคล

เป็นพิธีทางพุทธศาสนา มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เป็นพิธีสงฆ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ทรงกำหนดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัยและให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

เป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เป็นพิธีพราหมณ์มีมาแต่โบราณ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว พระราชพิธีทั้งสองนี้ ได้กระทำเต็มรูปแบบมาเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้เว้นไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ด้วยสถานการณ์โลกและบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่สมควรจะจัดงานใดๆ จึงว่างเว้นไป ๑๐ ปี ต่อมาทางราชการพิจารณาเห็นว่าประเทศไทย เป็นประเทศกสิกรรม โดยเฉพาะทำนาควรจะได้ฟื้นฟู ประเพณีเก่าอันเป็นมงคลแก่การเพาะปลูก ดังนั้น ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ จึงกำหนดให้มีพิธีพีชมงคลขึ้นอีก แต่มีแค่พระราชพิธีพืชมงคลเท่านั้น (พิธีเต็มรูปแบบว่างเว้นไปถึง ๒๓ ปี) ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ จึงจัดให้มีราชพิธีจรดพระนาคัลแรกนาขวัญ ร่วมกับพิธีพืชมงคลนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้จึงจัดให้เป็นวัน สำคัญของชาติ 


วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

ปลาย่างซอสตะไคร้

ปลาย่างกับซอสตะไคร้

 เครื่องปรุง

  • ปลาอินทรีสด                    200  กรัม
  • ซอสขาว                              1  ถ้วยตวง
  • ไวน์ขาว                            30  กรัม
  • ตะไคร้                               2  ต้น
  • มันฝรั่ง                              1  หัว
  • เกลือป่น                            2  ช้อนชา
  • อโรมาต                            2  ช้อนชา
  • พริกไทยเม็ดดำ                 1  ช้อนชา
  • ผักต่าง ๆ ต้ม  ตามใจชอบ

 วิธีทำ

  • นำปลาอินทรีสดมาปรุงรส  ด้วยเกลือป่น  1  ช้อนชา  อโรมาต  1  ช้อนชา  พริกไทยเม็ดดำ  แล้วนำปลาที่ได้มาชุบกับแป้งสาลีหมาด ๆ
  • นำปลาไปย่างในกระทะให้สุกเหลือง  ใส่จานพร้อมตกแต้งด้วยมันฝรั่งกับผักต่าง ๆ ต้มให้สวยงาม  ราดด้วยซอสตะไคร้
  • ซอสตะไคร้  นำต้นตะไคร้มาฝาน  แล้วนำมาต้มกับซอสขาว  และไวน์ขาว  ประมาณ  5  นาที นำมาปั่นให้ละเอียด  แล้วกรองเฉพาะน้ำ  ปรุงรสด้วยเกลือ  อโรมาต  ชิมรส  แล้วราดบนเนื้อปลา

ปลาย่างในแคปซิคั่มซอส

ปลาย่างในแคปซิคั่มซอส

 เครื่องปรุง

  • เนื้อปลาแวลมอนแล่หนังและก้างออก      4  ชิ้น(ชิ้นละ  150  กรัม)
  • มะนาวฝานบาง ๆ                                  2  ชิ้น
  • มะเขือเทศหัวเล็กต้ม                            4  หัว
  • พริกฝรั่งสีแดง                                 550  กรัม
  • แตงกวาญี่ปุ่น  (ซุซินี)  หั่นบาง ๆ      120  กรัม
  • มะเขือม่วงหั่นบาง ๆ                       120  กรัม
  • เห็ดชิตาเกะ  (เห็ดหอมสด)                80  กรัม
  • มันฝรั่งหัวล็กต้ม                                  4  ชิ้น
  • เกลือป่น                                             2  ช้อนชา
  • พริกไทยป่น                                        1  ช้อนชา
  • น้ำมันมะกอก                                      2  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสต๊อกไก่                                         2  ถ้วยตวงครึ่ง

 วิธีทำ

  • หั่นพริกฝรั่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ  ใส่ลงไปเคี่ยวในน้ำสต๊อกไก่จนสุกนิ่ม
  • นำไปปั่น  เติมเกลือ  พริกไทย  แล้วกรอง  ใส่กระทะแบนเคี่ยวต่อจนข้น
  • ตัดมะเขือเทศต้มแบ่งเป็น  2  ส่วน  เติมน้ำมันมะกอก  เกลือ  และพริกไทย  ก่นนำไปย่างจนสุก
  • เจัดเสิร์ฟพร้อมผักที่ย่างไว้  และราดแคปซิคั่มซอส  แต่งด้วยมะนาวฝานบาง ๆ

ไส้กรอกย่างมันฝรั่งอบ

ไส้กรอกย่างมันฝรั่งอบ

 เครื่องปรุง

  • ไส้กรอกเนื้อลูกวัว  (2  ชิ้น)           200  กรัม
  • มันฝรั่งใหญ่หั่นสี่เลี่ยมรูปเต๋า        100  กรัม
  • มัสตาร์ดฝรั่งเศส                          1/2  ช้อนชา
  • เกลือป่น                                      1/2  ช้อนชา
  • ซอสมะเขือเทศ                           100  กรัม

 วิธีทำไส้กรอก

  • บั้งไส้กรอกลูกชิ้นเนื้อลูกวัว  ราดด้วยมัสตาร์ดและซอสมะเขือเทศ  แล้วนำไปย่างบนเตาย่าง  หรือกระทะย่างจนสุก
  • จัดไส้กรอกย่างเสิร์ฟ  พร้อมมันฝรั่ง  แล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมรูปเต๋า  ขนาดพอคำ

 วิธีทำมันฝรั่งอบ

  • ปอกเปลือกมันฝรั่ง  แล้วหั่นเป็นชิ้นรูปสี่เหลี่ยมรูปเต๋า  ขนาดพอคำ
  • นำลงทอดในน้ำมันพืชให้สุกเหลือง  จึงนำไปอบอีกประมาร  10  นาที  ปรุงรสด้วยเกลือป่น  จัดเสิร์ฟ

ไก่เบอร์เกอร์เกล็ดแก้ว

ไก่เบอร์เกอร์เกล็ดแก้ว

 เครื่องปรุง

  • เนื้อไก่บดหรือสับละเอียด       100  กรัม
  • หอมใหญ่สับ                           20  กรัม
  • กระเทียมสับ                          20  กรัม
  • ไข่ไก่                                       2  ฟอง
  • แป้งสาลี                              100  กรัม
  • เกล็ดขนมปัง                       100  กรัม
  • มันฝรั่งเฟรนด์ฟราย  (สำเร็จ)200  กรัม
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด                 2  ถ้วยตวงครึ่ง

 วิธีทำ

  • นำเนื้อไก่บดหรือสับละเอียด  ผสมกับหอมใหญ่  กระเทียมสับ  เกลือป่น  พริกไทย  คลุกผสมให้เข้ากัน  แล้วปั้นเป็นเบอร์เกอร์
  • ตีไข่ไก่จนแตกดี  นำเบอร์เกอร์ไปคลุกแป้งสาลี  และชุบไข่  และคลุกเกล็ดขนมปัง  แล้วทอดให้เป็นสีเหลืองสุก
  • นำไปใส่ขนมปังเบอร์เกอร์ที่ทาด้วยเนย  หรือมายองเนส  หรือแซนด์วิชสเปรด  เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอด  และซอสมะเขืออทศหรือตาต้าซอส


สปาเก็ตตีผักซอส

สปาเก็ตตีผัดซอส

 เครื่องปรุง

  • เส้นสปาเกตตี                  200  กรัม               
  • ถั่วฟักยาวหั่นท่อนลวก           2  ฝัก
  • กุ้งแช่บ๊วย                            6  ตัว              
  • เกลือป่น                          1/2  ช้อนชา
  • แฮมหั่นชิ้นเล็ก                1/4  ถ้วย               
  • น้ำตาลทราย                      1  ช้อนโต๊ะ
  • หอมใหญ่หั่นชิ้นเล็ก         1/2  ถ้วย              
  •  ซอสมะเขือเทศ             1/4  ถ้วย
  • มะเขือเทศหั่นชิ้นเล็ก        2  ช้อนโต๊ะ 
  • ซอสพริก                          2  ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช                         2  ช้อนโต๊

 วิธีทำ

  • ต้มน้ำด้วยไฟกลางให้เดือด  ใส่เกลือเล็กน้อย  ใส่สปาเก็ตตีลงต้ม  หมั่นคนอย่าให้เส้นติดก้นหม้อ  ต้มประมาณ  12  นาที  หรือจนสุก  ตักขึ้นผ่านน้ำเย็น  ให้สะเด็ดน้ำ
  • ล้างกุ้ง  แกะเปลือก  เด็ดหัวไว้หาง  ผ่าหลังดึงเส้นดำออก
  • ผัดหอมใหญ่กับน้ำมันด้วยไฟกลางพอสุก  ใส่กุ้งและแฮมผัดให้สุกหอม  ใส่เส้นสปาเกตตีผัดให้เข้ากัน  ใส่มะเขือเทศตามด้วยถั่วฝักยาว  ผัดให้ทั่ว
  •  ปรุงรสด้วยซอสมะเขือ  หรือซอสพริก  น้ำตาล  และเกลือผัดให้เข้ากัน  แล้วตักใส่จาน